Day Trip เที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

Day Trip เที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

Day Trip เที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

สวัสดีจ้า วันนี้ บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ขออนุญาตเป็นสื่อกลางนำเสนอ Day trip เที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

สำหรับเดย์ทริปนี้จะเป็นโครงการท่องเที่ยวไร้มลพิษ ซึ่งเรานำรถพลังงานไฟฟ้าวิ่ง เพื่อช่วยลดมลภาวะทางอากาศ และยังช่วยลดฝุ่นละอองในอากาศที่เป็นต้นเหตุของผล PM2.5 พร้อมยังช่วยภาครัฐลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงาน ลดมลภาวะทางเสียง รวมถึงการเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง

สำหรับจุดหมายในโครงการ จะเดินรถโดยสาร 8 จุดรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ โบราณสถาน , พิพิธภัณฑ์ , วัด , ช๊อปปิ้งและอาหาร สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่แผนที่ด้านล่างนี้
เจ๋งสุดคือจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ พอเบื่อจะไปที่ต่อไปก็ไปรอรถบัสไฟฟ้าก็จะมาทุกครึ่งชั่วโมง

สำหรับการจ่ายหน่ายตั๋ว สามารถเลือกจำหน่ายได้ที่แอพลิเคชั่นอีวีไทย หรือชำระค่าบริการได้ที่เค้าเตอร์บนรถ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 083-097-8592

เวลาเริ่มทำการตั้งแต่ 8.00 – 17.00น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด หรือปรับตามความเหมาะสม โดยรถจะออกทุกๆ 30 นาที

สำหรับรถโดยสารจะเป็นรถพลังงานไฟฟ้า ขนาด 20 ที่นั่ง จำนวน 2-3 คัน เพื่อรับส่งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์  


ค่าโดยสาร คนละ 200 บาท “ ONE  DAY  TRIP “


จุดจอดรถ รับ – ส่งผู้โดยสาร ตามจุดที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถาน , วัด , โรงแรม และแหล่งช็อปปิ้ง  บริเวณตามเส้นทางเดินรถและพื้นที่ใกล้เคียง

ไปดูที่แรกที่รถวิ่งกันเลยดีกว่า

 เริ่มเดินทางกันจุดแรกที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธ์ จะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 8.00 – 21.00 น. ของทุกวัน


วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ตามประวัติสร้างมาตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการสร้าง เดิมเรียกว่า “วัดโพธาราม” หรือ “วัดโพธิ์” ได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดนี้ใหม่ในปี พ.ศ. 2331 โดยทรงสร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร ตลอดจนบูรณะของเดิม เมื่อแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2344 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส” เป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


ขอบคุณภาพจากเว็ปhttp://www.dhammathai.org

หลังจากชมโบราณสถานต่างๆก็จะเดินไปขึ้นรถจุดต่อไป

ต่อไปวัดที่สองเลยนะคะ ขึ้นรถมาแอร์เย็นสบายที่นั่งก็ชิลไปอีกแถมไม่มีควันดำนะ เราก็พึ่งรู้ว่ารถพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดภาวะโลกร้อนและก็ยังช่วยลดมลภาวะอากาศด้วย 

วัดที่สองที่เราไปกันคือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือชาวบ้านเรียกว่า วัดพระแก้วนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2325 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2327

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วเปิดให้บริการ 8.30 – 15.30น

พระอุโบสถวัดสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นพระอุโบสถขนาดใหญ่ หลังคาลด 4 ระดับ 3 ซ้อน มีช่อฟ้า 3 ชั้นปิดทองประดับกระจก ตัวพระอุโบสถมีระเบียงเดิน ได้โดยรอบ มีหลังคาเป็นพาไลคลุม รับด้วยเสานางรายปิดทองประดับกระจกทั้งต้น พนักระเบียงรับเสานางราย ทำให้เป็นลูกฟักประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีอย่างจีน ตัวพระอุโบสถมีฐานปัทม์รับอีกชั้นหนึ่ง ประดับครุฑนาคหล่อด้วยโลหะปิดทอง มีเสารายเทียนหล่อด้วยทองแดงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน  

 สี่ผนังพระอุโบสถ ในรัชกาลที่ 1 เขียนลายรถน้ำบนพื้นชาดแดง รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้ปั้นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ปิดทองประดับกระจก เพื่อให้เข้ากับผลังมณฑป ปิดทองประดับกระจก บานพระทวารและพระบัญชรประดับมุกทั้งหมด ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 1 ที่เชิงบันไดมีสิ่ง ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 1 ที่เชิงดันไดมีสิงห์หล่อด้วยสำริดบันไดละคู่ รวม 12 ตัว โดยได้แบบมาจากเขมรคู่หนึ่ง แล้วหล่อเพิ่มอีก 10 ตัว

จากตรงนี้เราสามารถเชื่อมไปที่ ท่าช้าง ท่ามหาราช ท่าพระจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งสุดชิคสำหรับวัยรุ่น ที่ชอบของอร่อยๆกัน
สำหรับร้านที่แนะนำก็จะเป็น ร้านครัวคุณกุ้ง ท่าช้าง อร่อยมาก อาหาร ราคาไม่แพง ในร้านมีทั้งแบบโซนติดแอร์ และ ไม่ติดแอร์ 

พอท้องอิ่ม ก็ลุยกันต่อ ไปรอรถในจุดต่อไป

จุดที่สามวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์  เดิมชื่อว่า “วัดสลัก”  ผู้สร้างวัดแห่งนี้ไม่ปรากฏนาม  แต่สันนิษฐานว่ามีมาแต่ครั้งกรุงเก่า(กรุงศรีอยุธยา)  เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท(พระอนุชาธิราชของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่๑)ทรงมาพบวัดนี้แล้ว  ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ และทรงสร้างถาวรวัตถุขึ้นมาใหม่ ทรงสถาปนาวัดนี้ขึ้นเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในยุคกรุงรัตนโกสินทร์  ทรงขอพระราชทานพระอารามจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชว่า“วัดนิพพานนานาม”

ดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์เปิดทุกวัน เวลา 8.00 – 17.00น.
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.watmahathat.com/

 มาถึงจุดที่สี่พิพิธพันสถานแห่งชาติ พระนครพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่บริเวณ “พระราชวังบวรสถานมงคล” หรือ “วังหน้า” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2325 ในคราวเดียวกับพระบรมมหาราชวัง พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชถึง 5 พระองค์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช พระราชวังแห่งนี้จึงว่างลง จึงโปรดเกล้าฯให้ “มิวเซียมหลวง” ณ ศาลาสหทัยสมาคมหรือหอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวังมาตั้งแสดง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์เวลา 8.30-16.30น.
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง https://www.museumthailand.com

สมัยรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชมณเฑียรสถานในพระราชวังสถานมงคลทั้งหมดจัดตั้งเป็น “พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร” และประกาศตั้งเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” เมื่อปี พ.ศ.2477 การจัดแสดงแบ่งเป็นเรื่อง

จุดที่ห้า ป้อมพระสุเมรุ
ป้อมพระสุเมรุตั้งอยู่บริเวณมุมที่ถนนพระอาทิตย์และถนนพระสุเมรุเชื่อมต่อกัน ติดแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางลำพูหรือคลองรอบกรุงด้านเหนือ เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นนอก ปัจจุบันได้รับการบูรณะและปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบ จัดทำเป็นสวนสาธารณะสำหรับชุมชน ชื่อว่า “ สวนสันติชัยปราการ


ลักษณะทางสถาปัตยกรรมป้อมพระสุเมรลักษณะเป็นป้อมก่ออิฐถือปูน ทรงแปดเหลี่ยม หันหน้าออกริมคลองบางลำพู รากฐานของป้อมและกำแพงเป็นฐานแผ่อยู่ต่ำกว่าระดับผิวดิน 2 เมตร วัดจากด้านเหนือไปใต้กว้าง 45 เมตร สูงจากพื้นดินถึงยอดใบเสมาบนป้อม 10.50 เมตร และจากพื้นป้อมชั้นบนถึงหลังคาหอรบ 18.90 เมตร ลักษณะเป็นป้อม 3 ชั้นมีบันไดขึ้นป้อมจากด้านในกำแพงจำนวน 3 บันได มีเชิงเทินและแผงบังปืน

ป้อมพระสุเมรุ เปิดทุกวัน เวลา 8.00-21.00น. ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง http://www.thapra.lib.su.ac.th/

จุดที่หกวัดสระเกศ หรือ วัดภูเขาทองวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดสระเกศ) อยู่ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เป็นวัดโบราญในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนานเมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๒๕

วัดสระเกศ เปิดทุกวัน เวลา 07.30 น. – 19.00 น.

 หากไปช่วงหัวค่ำก็จะได้ภาพสวยๆประมาณนี้ ถ้าหากดูในแผนที่จะอยู่ใกลๆกับ โรงเรียนวัดราชนัดดา โลหะประสาทด้วยจ้า

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.watsrakesa.com/

มาต่อกันจุดที่เจ็ดนิทรรศน์รัตนโกสินทร์
อาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เป็นงานสถาปัตยกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่มีพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕) ให้ตัดถนนราชดำเนินจากพระราชวังดุสิตไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยจัดวางรูปแบบตามลักษณะของ Champs Elysees ในประเทศฝรั่งเศส

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้น วันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00น.
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง http://www.nitasrattanakosin.com

 อาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เป็นงานสถาปัตยกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่มีพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕) ให้ตัดถนนราชดำเนินจากพระราชวังดุสิตไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยจัดวางรูปแบบตามลักษณะของ Champs Elysees ในประเทศฝรั่งเศส

จุดที่แปดศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
ก่อนจะจากกันเราก็ได้มาถึง จุดสุดท้าย ที่รถบัสพลังงานไฟฟ้าอีวีทีได้มาจอด ก็คือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร 

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร หรือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ เป็นศาลที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัดพระแก้ว ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯเป็นที่สักการะกราบไหว้ของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมาไหว้พระ 9 วัด ก็ต้องมาไหว้ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯนี้ด้วย เชื่อว่าหากผู้ใดได้มาขอพรอันศักดิ์สิทธิ์จากศาลหลักเมืองนี้แล้ว เปรียบประดุจได้เสริมหลักความมั่นคงให้กับชีวิตเหมือนตัดเคราะห์ ต่อดวงชะตา ส่งเสริมวาสนาบารมี ประสบความสำเร็จในสัมมาอาชีพจนถึงหลักชัยในชีวิต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s